จุดเริ่มต้นของการทำการเกษตร 4.0
จากการผลักดันให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถได้กลับไปยังถิ่นฐานบ้านเกิดหลังเรียนจบ เพื่อสานต่อการทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเองให้ดียิ่งขึ้นและพัฒนาการเกษตรให้ก้าวหน้า จึงเป็นที่มาของการต่อยอด Smart Farmingหรือ การเกษตร 4.0ในปัจจุบัน     

การเกษตร 4.0 เป็นการพลิกแนวคิดของเกษตรยุคใหม่ ที่จะต้องมีองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การแปรรูป และการทำตลาดควบคู่กันไป โดยเกษตรกรต้องศึกษาในเรื่องของเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาฟาร์มของตนเองให้ได้ผลผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น อาทิเช่น เรียนรู้วิธีปลูกผักปลอดสารพิษใช้เกษตรอินทรีย์แทนการใช้สารเคมี หรือการปลูกผักผลไม้เพื่อสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนสมัยใหม่พร้อมทั้งทำการศึกษาระบบ E-Commerce เพื่อหาลู่ทางใหม่ๆในการขายผลผลิตจากฟาร์มเพิ่มเติมโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

นอกจากนี้เกษตร 4.0 จะเข้ามามีส่วนช่วยเกษตรกรในเรื่องการควบคุมคุณภาพผลผลิตและการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นการใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบความชื้น ความอุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพอากาศ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและตรงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนปลูกอย่างแม่นยำ และยังช่วยบรรเทาความเสียหายจากการปลูก รวมถึงการใช้โดรนช่วยตรวจสอบสภาพพื้นหรือใช้เพื่อฉีดพ่นปุ๋ยและยาต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน เพื่อจะได้มีเวลาไปหาลูกค้าใหม่ๆ ตลอดจนสามารถหาช่องทางกระจายสินค้าให้มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook, YouTube หรือ Instagram ที่เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

สิ่งสำคัญที่สุดในการทำเกษตร 4.0 คือ การไม่ทำลายธรรมชาติหรือมนุษย์ด้วยกัน โดยมุ่งเน้นใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นอย่างยั่งยืน พึ่งพาอาศัยธรรมชาติอย่างแท้จริงและต้องเป็นSmart  Farmerที่เข้าใจตั้งแต่กระบวนการผลิต การบริหารจัดการ เข้าใจธรรมชาติและเข้าใจเทคโนโลยี สามารถ เชื่อมต่อการเกษตรกับโลกธุรกิจได้ด้วยตัวเอง เรียกได้ว่า การเกษตร 4.0 จะเข้ามาเปลี่ยนการเกษตรแบบเดิม ๆ ที่คุ้นเคย ไปสู่เกษตรยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาเป็นตัวช่วยอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เกษตรกรไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้และมีชีวิตที่ดีขึ้นได้

#CATCSR #CATเพาะพันธุ์ดี #CATCSRCSV