ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้พลาสติกแทบทุกๆ กิจกรรม นั่นจึงทำให้ประเทศไทยผลิตขยะพลาสติกออกมามาก และการจะกำจัดขยะพลาสติกในประเทศไทยที่เป็นปัญหาในการย่อยสลายนั้น พลาสติก 1 ชิ้นต้องใช้เวลาในการทำลายถึง 450 วัน และหากจะต้องใช้เงินในการทำลายด้วยการฝังกลบนั้นจะอยู่ที่ 700 บาท/1 ตัน ส่วนการเผาทำลายจะอยู่ที่ 1,000 บาท/1 ตัน

ข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่มีสาเหตุจากพลาสติก

  • มีการใช้ถุงพลาสติกถึง 5 ล้านล้านใบในแต่ละปี
  • ปริมาณพลาสติกรั่วไหลลงทะเลถึง 13 ล้านตันต่อปี
  • ต้องใช้น้ำมันในปริมาณถึง 17 ล้านบาร์เรลล์ต่อปีเพื่อผลิตพลาสติก
  • ทุกๆ 1 นาทีมีการซื้อขวดพลาสติก 1 ล้านใบ
  • สัตว์น้ำตายไปปีละ 100,000 ตัวต่อปีจากขยะพลาสติก
  • ใช้เวลา 100 ปีกว่าพลาสติกจะสลาย
  • 90% ของน้ำขวดปนเปื้อนพลาสติกขนาดเล็ก (Plastic Particles)
  • 83% ของน้ำประปาปนเปื้อนพลาสติกขนาดเล็ก (Plastic Particles)
  • 50% ของพลาสติกที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นประเภทใช้แล้วทิ้ง
  • พลาสติกมีสัดส่วน 10% ของขยะที่มนุษย์สร้าง

ความคาดหวังที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านหลัก ได้แก่

  1. ปรับปรุงวิธีการจัดการขยะ
    ประมาณ 1 ใน 3 ของพลาสติกที่ใช้จะหลุดไปจากการจัดเก็บ และเมื่อเข้าไปสู่ในสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็จะไม่หายไป แต่จะค่อยแตกย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ และใช้เวลานานถึง 100 ปีหรือนานกว่านั้นกว่าจะย่อยสลาย รวมทั้งวนกลับมาสู่วงจรอาหารของคนอีกครั้ง การจัดการกับขยะและการรีไซเคิล จึงมีความจำเป็นต่อการสร้างระบบเศรษฐกิจพลาสติกใหม่
  2. ลดพลาสติกขนาดเล็ก
    งานวิจัยล่าสุดพบว่ามากกว่า 90% ของน้ำบรรจุขวด และ 83% ของน้ำประปาปนเปื้อนพลาสติกขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีใครมั่นใจว่า จะมีผลต่อสุขภาพคนอย่างไร แต่กลับตรวจพบในเลือด ท้อง และปอด และมีการเพิ่มขึ้นจนเป็นเรื่องปกติแล้ว นอกจากนี้ยังมีปัญหาจาก micro-bead ที่เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและวัตถุดิบชนิดไม่คืนตัว
  3. ส่งเสริมงานวิจัยเพิ่มทางเลือก
    ทางเลือกของการผลิตพลาสติกจากน้ำมันมีข้อจำกัดและขยายได้ยาก ดังนั้น งานวิจัยจึงมีความจำเป็นเพื่อให้มีทางเลือกในการผลิตพลาสติกแบบยั่งยืน ที่มีความเป็นไปได้เชิงเศรษฐกิจและเปิดกว้างในการเข้าร่วม

ระดับนานาชาติ มีหลายประเทศที่เกิดการตื่นตัวอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การปฏิเสธถุงพลาสติกเมื่อไปซื้อของ การใช้ถุงผ้า ถุงกระดาษแทนพลาสติก หรือการเลิกขายพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งของบริษัทยักษ์ใหญ่ เป็นต้น ทั้งหมดนี้้ล้วนเป็นการส่งสัญญาณ ร่วมมือ เพื่อล้างบางพลาสติกจากทั่วโลก หากตามไปดูนโยบายลดการใช้พลาสติกในประเทศอื่นๆ จะพบแนวคิดน่าสนใจมากมาย ดังต่อไปนี้

  • อิตาลี เพิ่มกฎหมายเก็บภาษีการใช้ถุงพลาสติกเพิ่มขึ้น
  • สวิสเซอร์แลนด์ เก็บค่าธรรมเนียม เมื่อใช้ถุงพลาสติกทุกครั้ง
  • ออสเตรเลีย ประกาศไม่รับถุงพลาสติกในชีวิตประจำวัน
  • จีน ห้ามใช้ถุงพลาสติกที่บางเกินไปจนกลายเป็นขยะโลก และเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อใช้ถุงพลาสติก
  • อินเดีย ห้ามใช้ถุงพลาสติกที่บางกว่า 50 ไมโครเมตร หรือในบางเมืองห้ามใช้พลาสติกเลย
  • ฮ่องกง / อินโดนีเซีย / อิสราเอล  เก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถุงพลาสติก
  • ฝรั่งเศส ห้ามใช้ถุงพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง และมีข้อกำหนดว่าภายในปี 2020 จะไม่มีพลาสติกใช้แล้วทิ้งในประเทศ
  • สหรัฐอเมริกา ห้ามใช้ถุงพลาสติกในบางรัฐ และในบางรัฐเก็บค่าธรรมเนียม
  • เมียนมาร์ ยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกในเมืองย่างกุ้ง และให้หลายเมืองปลอดพลาสติก
  • ไทย รณรงค์ ลดใช้พลาสติก แต่ยังไม่มีการเพิ่มมาตรการทางกฎหมาย

 

การร่วมมือกันรณรงค์โดยใช้เทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนกิจกรรม #BeatPlasticPollution จากประเทศไทย


ขอบคุณภาพจาก: www.thaipublica.org/2018/06/plastic-pollution-world-environment-day/
ขอบคุณภาพจาก: ขอบคุณภาพจาก: https://twitter.com/fm91trafficpro/status/1003598417518460929


ขอบคุณภาพจาก: https://www.governmentcomplex.com/detail.php?p=3456


ขอบคุณภาพจาก: https://twitter.com/taokrub/status/1004004208402550784

โครงการเพื่อสังคมดีๆ ที่ CAT CSR นำมาแบ่งปันให้ทุกคน มาร่วมด้วยช่วยกันให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นกันดีกว่าค่ะ

จะเป็นเรื่องดีเสียกว่าถ้าเราสามารถสร้างทางออกของการกำจัดขยะพลาสติกที่ทุกคนสามารถทำได้ นั่นคือการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน โดยการปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากการซื้อสินค้า เพียงวันละใบจะช่วยลดขยะพลาสติกได้หลายล้านใบ หรือการทิ้งลงถังอย่างถูกต้อง

  • เพราะพลาสติก 1 ชิ้นใช้เวลาผลิต 5 วินาที ถูกนำไปใช้แค่ 5 นาที และใช้เวลาในการกำจัดพวกมันอีก 500 ปี
  • หากเราไม่ลงมือตั้งแต่วันนี้ อีก 50 ปี ข้างหน้า ถนนจะเต็มไปด้วยขยะพลาสติกมากกว่าปลาในมหาสมุทร

ขอบคุณที่มาของเนื้อหาจาก www.worldenvironmentday.global และ www.greennews.agency