1. เทคโนโลยีพ่นน้ำ และ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (See & Spray Technology and Machine Learning)

เทคโนโลยียุคใหม่สุดล้ำ ที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อการเกษตร บริษัทผลิตรถแทรกเตอร์ทางการเกษตรอย่าง John Deere ได้เข้าซื้อกิจการ Blue River Technology บริษัทสตาร์ทอัพจาก California ที่นำเทคโนโลยีระบบสมองกล Machine learning มาใช้งานทางภาคการเกษตร ด้วยสุดยอดเทคโนโลยี ที่ชื่อว่า See and spray จะมีการติดตั้งกล้องจำนวนมากเข้าไปกับชุดหัวฉีดพ่นสารเคมีทางการเกษตร ที่ติดตั้งอยู่กับรถแทรคเตอร์ โดยจะมีการใช้ระบบสมองกลแบบ Deep learning ทำการประมวลผลภาพจากกล้อง และทำการเรียนรู้ ที่จะระบุและพ่นสารกำจัดวัชพืชได้เอง เรียกได้ว่าเป็นความสามารของจักรกลที่จะรวมรวบข้อมูลและสร้างการตัดสินใจในตัวซึ่งในอีกไม่นานจะสามารถสร้างความก้าวหน้าที่กว้างขึ้นให้กับวงการการเกษตรได้อย่างมาก

2. Internet of Things

Internet of Things (IOT) คือ การที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สามารถเชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลถึงกันได้ด้วยอินเทอร์เน็ต การเชื่อมโยงนี้ง่ายจนทำให้เราสามารถสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตขนาดใหญ่ได้ทุกที่ทุกเวลา และเมื่อนำมาผสานรวมเพื่อพัฒนาภาคการเกษตร ทำให้เราสามารถตรวจสอบค่าระดับถังน้ำมัน, ค่าความชื้น, ระดับน้ำ, อัตราการเกินฝน, ค่าบรรยากาศ, เครื่องปั๊มน้ำ ผ่านทางสมาร์ทโฟนของเรา พอลล์ เวลบิก ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจด้านการเกษตรบริษัท Senet ได้กล่าวว่า “เทคโนโลยีใหม่เหล่านี้สามารถช่วยปรับปรุงการวางแผน การดำเนินงาน และเร่งการตัดสินใจในการเกษตรทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กได้” และนอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดต้นทุนแรงงาน ให้ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถเชื่อมโยง ดิน น้ำ พืช สัตว์ เครื่องจักร และวัตถุอื่น ๆ ที่มีค่าแก่เราได้

3. การความคุมระบบชลประทาน (Irrigation Control)

เมื่อเราเริ่มให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมการเกษตรมากขึ้น สิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นคือการควบคุมระบบชลประทาน ด้วยระบบที่ทำหน้าที่แสดงสถานะการทำงานของความชื้น สภาพอากาศ และข้อมูลประเภทอื่นเข้าสู่สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ทำให้เราสามารถควบคุมการทำงานได้แบบพกพา และยังเพิ่มความทันสมัยด้วยความรวดเร็วในการบริหารจัดการ นั่นคือการควบคุมในระยะไกลนั่นเอง ในตอนนี้ผู้ผลิตอย่างเวลแอนด์ลินด์เซ่ (Valley and Lindsay)กำลังศึกษาค้นคว้าเพื่อเชื่อมต่อเซนเซอร์ต่างชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น เรียกว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์และสร้างการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเกษตรรวมถึงสามารถอำนวยความสะดวก ทั้งด้านการควบคุม ด้านข้อมูล อย่างครอบคลุมให้กับผู้ใช้งานได้อย่างมาก

4. แบบจำลองไนโตรเจน (Nitrogen Modeling)

ปุ๋ย เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการทำการเกษตร รวมถึงยังเป็นรายได้หลักสำหรับร้านค้าปลีกทั่วไปดังนั้น จึงทำให้หลายคนต้องการควบคุมไนโตรเจนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในปัจจุบันตลาดกำลังเปลี่ยนความนิยมจากปุ๋ยธรรมดามาเป็นปุ๋ยตามฤดูกาล จึงส่งผลให้ได้รับการพัฒนามากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย ระบบ 360 ยีลด์เซ็นเตอร์ (Yield Center) และ อะแด็ปเอ็น (Adapt-N) ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อใช้ควบคุมไนโตรเจน สตีฟ ซิบูลคิน ผู้ก่อตั้งบริษัท อะโกรโนมิกเทคโนโลยี และพัฒนาระบบอะแด็ปเอ็น กล่าวว่า “การก้าวเข้าสู่การใช้วิธีควบคุมไนโตรเจน ถูกขับเคลื่อนด้วยสองสิ่งคือ อายุการใช้งาน และความง่ายในการใช้งาน” เพราะสำหรับผู้ใช้แล้วอายุการใช้งานที่ยาวนาน มันคือการพัฒนาทุกขั้นตอนของการทำงาน และที่สำคัญผู้ใช้งานต้องใช้งานได้คล่องและเข้าใจได้ง่ายอีกด้วย

5. การตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้า (Electrical Conductivity Sensing)

การตรวจวัดค่าการนำไฟฟ้าในดินกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการควบคุมการทำงานโดยเฉพาะการอ่านค่าต่างๆในดิน ทั้งค่าไฟฟ้าและค่าความเป็นกรด จึงมีการคิดค้นเทคโนโลยีเครื่องวัดค่านำไฟฟ้า EM38 เพราะผู้ผลิตต้องการช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประหยัดการใช้น้ำลงได้ และให้บริการด้านอื่นๆ ได้มากขึ้น โดยใช้ข้อมูลที่ได้มาช่วยคำณวนการใช้น้ำอย่างพอดี ทั้งกำหนดเวลาและปริมาณการจ่ายน้ำ เจสัน เมลวิน ผู้ดูแลไร่องุ่นแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียได้การันตีว่า เขาสามารถควมคุมดูแลดินในพื้นที่แต่ละส่วนได้อย่างง่ายดาย “ด้วยเครื่องวัดค่านำไฟฟ้า EM38 นี้ เราสามารถกำหนดการปลูกและการรดน้ำได้ตามเวลาจริง และยังสามารถนำดินมาวัดค่าต่างๆ ได้อีกด้วย”

6. การพัฒนาโดรน – ไปให้สุดแล้วหยุดที่พันไร่ (Drone Developments – The Chase for 1,000)

ถ้าพูดถึงโดรนหลายคนคงจะรู้จักดี แต่คงไม่มีใครคาดคิดว่า โดรนก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สามารถนำมาพัฒนาภาคการเกษตรได้ มันถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการผลิต ประหยัดเวลาและแรงงานคน โดยสามารถพ่นยาและปุ๋ยได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ผู้ผลิตโดรนเพื่อการเกษตรหลายบริษัทกำลังมีเป้าหมายว่าต้องบิน 1,000 ไร่ ต่อหนึ่งชาร์จ ในตอนนี้ ฟีนิกซ์2 สามารถบินได้ 700 ไร่ขึ้นไป ถือว่าฟีนิกซ์2 มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับเป้าหมายมากที่สุด ถึงแม้ในตอนนี้โดรนอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมในการเกษตรมากนักในปัจจุบัน แต่ในอนาคตหุ่นยนต์บินพวกนี้อาจจะทำงานได้อย่างแม่นยำและเป็นที่นิยมมากกว่านี้ก็เป็นได้

7. เทคโนโลยีไร้นาม (Unmanned Tech)

เราเคยลองคิดหรือไม่ว่าถ้าวันนึงเรามีเทคโนโลยียานพาหนะไร้คนขับได้ มันจะส่งผลดีอย่างไรบ้าง แน่นอนว่าเราจะได้รับความสะดวกสบายเป็นอย่างมากแน่นอน แต่รู้ไหมว่ามันยังส่งผลต่อการทำธุรกิจมากกว่าที่เราคาดคิด ในหนึ่งวันเราต้องเสียเวลาจับพวกมาลัยขับรถอยู่บนถนนที่รถติดๆโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งเวลาเหล่านั้นอาจทำให้เงินหรือลูกค้าของเราหลุดมือไปได้ แล้วจะเป็นอย่างไรถ้าในอนาคตมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเราประหยัดเวลาที่ต้องจับพวงมาลัยจ้องกระจกหน้ารถทุกวัน เราอาจจะได้พักผ่อน หรือทำงานเสร็จก่อนจะถึงที่หมายด้วยซ้ำไป

8. เทคโนโลยี เซนเซอร์ สมาร์ทเฟิร์มเมอร์ ของบริษัท พรีซิชั่นแพลนทิ่งส์ (Precision Planting’s Smart Firmer sensor)

รู้หรือไม่ว่าเวลาเกษตรกร หว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปแล้วพวกเขาตรวจสอบเมล็ดเหล่านั้นอย่างไร ทางเดียวที่ทำได้คือการเอาไฟฉายส่องแล้วเอากระดาษจด เพื่อดูว่าเมล็ดพันธุ์มีความชุ่มชื่นพอหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบสภาพดินด้วยตาเปล่า และการตรวจสอบแบบนี้แน่นอนว่าต้องมีการผิดพลาดเกิดขึ้นได้ ทำให้สมาร์ทเฟิร์มเมอร์ของบริษัท Precision Planting คิดค้นเทคโนโลยีที่ทำให้เกษตรกรไม่ต้องใช้ตาเปล่าค่อยๆเดินดูจนครบทั้งสวน เพราะข้อมูลทั้งหมดจะมารวมกันอยู่ที่เดียวที่จะทำเกษตรกรสามารถทำแผนผังอินทรียวัตถุแบบต่อเนื่อง ทั้งความชื้นในดิน หรือกากตะกอนรวมถึงยังทำการควบคุมประชากรพันธุ์พืชหรือลูกผสมตามการวัดอินทรีย์วัตถุแบบพร้อมใช้งานได้อีกด้วย

9. นิวลีดเดอร์ เอ็นแอล 5000 จี 5 (New Leader NL5000 G5)

จะเป็นอย่างไรถ้าเราไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไปว่าปุ๋ยจะกระจายอย่างทั่วถึงในประมาณที่พอเหมาะหรือไม่ เพราะ ในงานแสดงเครื่องกลเพื่อการเกษตรแห่งชาติปี 2017 ที่เมืองลุยส์วิลรัฐเคนทักกี ได้เปิดตัว เครื่องผลิตปุ๋ยแห้ง NL5000 กับเครื่องควบคุมการกระจาย เป็นนวัตกรรมสุดยอดประสิทธิภาพตัวใหม่ของ New Leader ที่มีผลกระทบต่อวงการเกษตรอย่างมากเพราะ G5 มาพร้อมกับ “หัวปั่นที่ทำงานได้อย่างแม่นยำ” และมันยังสามารถกระจายปุ๋ยแห้งให้ตรงเป้าหมายได้ เรียกว่า G5 นำความแม่นยำเหนือระดับมาสู่เกษตรกร และทำให้เกษตรกรมั่นใจว่าสามารถกระจายปุ๋ยได้อย่างทั่วถึงแน่นอน

10. Robotics

ปัจจุบันการคลาดแคลนแรงงานคนก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญสำหรับเกษตรกร และในบางครั้งแรงงานคนก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ ดังนั้นจึงมีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาเพื่อตอบสนองการใช้งานในหลากหลายกิจกรรมทางการเกษตรเช่น การใช้เพื่อการกำจัดวัชพืชที่แม่นยำขึ้น การใช้เพื่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต การใช้เพื่อการเพาะปลูก เป็นต้น ในปัจจุบันนี้มีผู้ผลิตจักรกลเพื่อการเก็บเกี่ยว 2 รายใหญ่กำลังเร่งพัฒนาระบบโดยหวังว่าจะนำออกมาจำหน่ายในอีกไม่กี่ปีที่จะถึงนี้ โดยเริ่มจากการใช้จักรกลในการเก็บผลแอปเปิ้ล เมื่อต้นไม้พืชผลมีขนาดเท่าๆ กันจะทำให้เครื่องจักรสามาถทำงานในสวนและไร่ได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยที่สามารถทำให้การทำงานภาคอุตสาหกรรมเกษตรก้าวหน้าและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าในอนาคตจะมีการพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นอีกที่เป็นประโยชน์และสามารถตอบสนองคุณภาพชีวิตของเราให้ดีขึ้นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก precisionag